ดาวพระศุกร์...ตะวันยอแสง...คมแฝกหรือบ้านทรายทอง
คงเป็นชื่อคุ้นหูใครหลายคน สำหรับคอละครโทรทัศน์ละข่าวภาคค่ำ ซึ่งมีเนื้อหา
เรื่องราวที่ดูจะเป็นไปได้ยาก ที่เราเรียกกันติดปากว่า “ละครน้ำเน่า” แต่เรายังคงชื่นชมและติดตามกันมาในทุกยุคทุกสมัย แรกเริ่มเดิมทีประเทศเรายังไม่มีละครโทรทัศน์ที่เป็นรูปแบบชัดเจน
ส่วนใหญ่เป็นละครเพลง โดยเริ่มต้นจาก“ช่องสี่บางขุนพรหม” สถานีโทรทัศน์เก่าแก่ของประเทศไทย ละครมีการสร้างบทละคร
สร้างบทเพลงในการแสดงละครแต่ละครั้ง...ซึ่งดูจะเป็นการสร้างสรรค์อย่างน่าสนใจ
ชวนให้ติดตาม
ละครโทรทัศน์มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความรวดเร็วตามกระแสทางเทคโนโลยี วิธีการนำเสนอดูมีชั้นเชิงและแนบเนียนมากขึ้น
แต่เรื่องราวยังคงความเป็นอมตะอยู่เสมอ
ละครไทยมักมีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัว
การแก้แค้นระหว่างตระกูล
การพลัดพรากจากครอบครัวอันมั่งคั่ง และความบังเอิญจนไม่น่าเชื่อ
แต่เราก็ยังคงเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง
ละครไทยมักมีองค์ประกอบของการแสดงอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือ..... นักแสดง
ผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตามบทบาทของบทละคร พอจะสรุปคร่าวๆได้
“ นางเอก” ต้องเป็นคน
สวยใส บริสุทธิ์ ร้องไห้เก่ง น้ำใจงาม
ยอมคน ตอนเด็กอาจลำบากเมื่อโตขึ้นกลายเป็นลูกมหาเศรษฐี เกลียดพระเอกแต่รักกันตอนจบ
รักความถูกต้อง ค้นหาความจริง กตัญญูเป็นยอดคน ในบางครั้งอาจถูกกักขังจากพระเอก
ถูกปองร้ายจากตัวโกงในละครบางเรื่องนางเอกต้องปลอมตัวให้ไม่สวย
แต่ก็สวยอยู่ดี........ เอาเป็นว่าสิ่งที่สำคัญ ที่นางเอกทุกคนต้องมีคือ “ความสวย” ขนาดนอนยังสวยเลย...................”
“ พระเอก” ต้อง... หล่อ เท่ห์ ดูดี
กล้ามใหญ่ ใจดี มีบุคลิกพิเศษ ถูกกลั่นแกล้งจากตัวโกง สู้ชีวิตและรักษาความถูกต้อง
มองโลกในแง่ดี มีความสุขกับการช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อกับชาวโลก
โศกเศร้าเพียงลำพัง...มีความหลังเป็นแรงผลักดัน มีความฝันเป็นกำลังใจ พูดจาดี
สุภาพและต้อง “ หล่อ” ไว้ก่อน
“ ผู้ร้ายหรือตัวโกง” ต้อง ดุขึงขัง ขี้โกงพูดจาจาบจ้วงดุดัน
เป็นนักวางแผน เห็นแก่เงิน อาจเป็นชู้กับใครบางคน หมกมุ่นอยู่กับการแก้แค้น มีบริวารมากมายห้อมล้อม
(ตอนจบตายคนเดียว)
สบายกายสุขใจในต้นเรื่อง ถูกจับได้ฆ่าตัวตาย เป็นบ้าตอนจบ ยิงปืนไม่แม่น
ตายยาก มีหน้าตาเป็นอาวุธ แต่ปัจจุบันมักมีหน้าตาหล่อแต่ร้าย
บางเรื่องหล่อกว่าพระเอกและตายด้วยน้ำมือพระเอก หรือนางเอกเสมอ
“ นางร้าย” ต้อง สวย
แสบ ซ่า กรี๊ดตลอดเวลา งี่เง่า ไม่ฟังใคร
มีแม่หรือพี่สาวเป็นผู้ชี้นำ วางแผนทำร้ายนางเอก รักพระเอกอย่างไม่ลืมหูลืมตา
แต่เสียตัวให้กับผู้ร้าย
หากตอนจบไม่ตายก็กลับตัวเป็นคนดี หรือสิ้นสติเป็นคนบ้า
ชอบคบเพื่อนที่คอยสนับสนุนตัวเอง มีนักเลงเป็นบริวาร ชอบสร้างรอยร้าว ทำเศร้าอ่อยพระเอก
สวมหน้ากากเก่งมาก
และมีความสุขกับการได้ทำร้ายนางเอกและส่วนใหญ่.............ไม่สำเร็จ
“
พระรองหรือนางรอง” ต้องคอยเป็นเพื่อนนางเอก หรือพระเอกเสมอ
เป็นสื่อกลางให้ความช่วยเหลือ แอบรักเป็นสำคัญ ฝันให้นางเอกและพระเอกมีความสุข
ยอมทุกข์เพียงลำพัง รู้ทันผู้ร้าย แก้ไขปัญหาช่วยเหลือเพื่อนได้เสมอ
และมักถูกขอร้องให้ช่วยอยู่เสมอ ดูดีน้อยกว่านิดหน่อยแต่บางครั้ง ดูดีกว่าด้วยซ้ำ
แต่ไม่มีสิทธิ์เพราะเป็น....ตัวสำรอง.....เสมอ
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องราวคร่าวๆ ของตัวละครสำคัญของละครไทยซึ่งเราทุกคนก็คงเห็นเช่นเดียวกัน
เราคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ดูละครย้อนดูตัว” คงไม่เชยเกินไปที่จะพูดคำนี้
เพราะหากเราลองวิเคราะห์ไตร่ตรอง ทบทวนดูแล้ว เราคงได้รับแง่คิดต่างๆมากมาย
จากการดูละครสักเรื่อง การดูเพียงเพื่อความสุข สนุกสนานเป็นส่วนหนึ่ง
แต่มากไปกว่านั้นหากเราเข้าใจเหตุผล ของสิ่งเหล่านั้น ด้วยความจริงที่ว่า “ชีวิตจริงอาจเป็นบางสิ่งที่มากกว่าละคร”
เพราะเราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าละครก็อาจเกิดขึ้นได้กับชีวิตจริงของเราทุกคน
ละครหลังข่าวเป็นความสุขอย่างหนึ่ง
ที่เราท่านทั้งหลายใช้เวลาวันละ 2-3 ชั่วโมง ในแต่ละวันเพื่อมีความสุขและได้แง่คิดดีๆจากมัน.....
แง่คิดดีๆ ที่ผู้จัดพยามสอดแทรก ยัดเหยียดไว้ในเรื่อง ดูจะเป็นเรื่องยากสักหน่อยที่จะทำความเข้าใจ
แต่เพียงต้องการเวลา ในการไตร่ตรอง
หลายคนค้นพบทางหนทางการดำเนินชีวิต หลายคนค้นพบแง่คิดดีๆ
กับการดูละครสักเรื่อง และคงปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นคือ เรื่องจริง หลายสิ่งหลายอย่างมีเหตุผลของตัวมันเอง
เพียงแต่ต้องการ....... ประสบการณ์ และเวลาในการทำความเข้าใจ
แต่ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำความเข้าใจ (ลองดู) มองหาสิ่งที่สนใจสักเรื่อง เริ่มต้น
แล้วเราจะได้อะไรตั้งมากมายกับการทำความเข้าใจ แม้แต่การดูละครหลังข่าว ที่บางคนมองว่าเป็นเรื่อง
ไร้สาระ....
เลยลม...
ขอขอบพระคุณมากครับ สำหรับภาพละครที่ได้นำมาประกอบบทความนี้
